[FIC] " C h o t t o " 01

posted on 16 Aug 2010 23:12 by chotto-dake  in LF-TAECKHUN

TiTle :Chotto : สิ่งเล็กๆ
Cast :Taecyeon x Nichkhun , Wooyoung x Jaebeom
Author: negima102

 

 

 

 

1stLittle

 

 

 

เสียงมีดกระทบเขียงดังขึ้นพร้อมเสียงน้ำเดือดจากหม้อข้างตัวไอร้อนของกลุ่มไอลอยฟุ้งในห้องครัวขนาดใหญ่และผู้คนก็มากไปตามขนาดห้องแทคยอนมองเครื่องปรุงที่ตั้งไว้ เมนูที่ลูกค้าสั่ง ไม่เคยมีอะไรแปลกใหม่ในแต่ละวันอาชีพพ่อครัวเงินดีแต่เวลาว่างแทบจะไม่มี ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดถ้าไม่อร่อยก็มีแต่ต้องออก สมาธิต้องอยู่ครบยามทำงาน จะพลาดไม่ได้รสชาติคือสิ่งสำคัญ

 

แทคยอนดันจานอาหารที่ทำเสร็จแล้วให้เด็กบริกรนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้าร่างสูงหยิบออเดอร์รายการใหม่มาส่องดูและหันหลังกลับไปทำต่อแบบเดิม

 

ซุปหัวหอมเพิ่มอีกที่นะครับเสียงเด็กบริกรย้อนกลับมาเพิ่มรายการออเดอร์ล่าสุดที่แทคยอนกำลังทำร่างสูงพยักหน้ารัวเป็นการรับรู้แทนที่จะเอ่ยปากตอบไป การทำอาหารจะต้องไม่พูดขณะทำไม่งั้นน้ำลายจะลงไปในอาหารเหล่านั้นการเป็นพ่อครัวก็ต้องตั้งวินัยให้กับตัวเองเช่นเดียวกัน

 

ออเดอร์อีกรายการเสร็จพร้อมกับแทคยอนถอดหมวกพ่อครัวออกจากศีรษะหลังมือปาดเม็ดเหงื่อตรงหน้าผากที่ชวนให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ออเดอร์สุดท้ายของวันนี้เสร็จพร้อมมือใหญ่หมุนปิดแก็ส

 

ผู้คนมากมายทั้งแผนกห้องครัวและเด็กเสิร์ฟต่างรวมตัวกันหลังจากปิดร้านกินข้าวของเหลือที่มีอยู่ แต่แทคยอนเลือกที่จะขอกลับก่อนปลีกตัวออกมาเพราะไม่ชอบอะไรแบบนี้

 

 

แสงไฟสีสวยข้างทางชวนให้ค้นหาแทคยอนทอดสายตาจ้องมองมัน มองทุกครั้งที่ผ่านกลับบ้านก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนชีวิตของเขาที่ปกติราบเรียบเสียน่าเบื่อ

 

 

เป็นเวลานานแล้วนับตั้งแต่จำความได้เขาก็อยู่ในเมืองหลวงนี่คงตั้งแต่เกิดกระมังชีวิตของผู้คนมองแค่ฉาบฉวย มิตรภาพที่ผิวเผิน ความคิดตัวเองถูกต้องเสมอสังคมของการเห็นแก่ตัว ใครจะเป็นเช่นใดใคร

 

จะสนแค่ก้าวเดินไปเรื่อยๆให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ

 

ชีวิตการเป็นอยู่ที่เรียบไปวันๆทำให้แทคยอนไม่มีแรงฮึดจะทำอะไรอื่นใหม่ก็แค่ไม่สร้างเรื่องให้ตัวเองลำบากก็เพียงพอแล้ว

 

 

แทคยอนรู้สึกเย็นเพราะมีบางสิ่งตกกระทบต้นแขนก่อนจะได้เงยหน้ามองท้องฟ้าสายฝนก็เทตัวลงมาซะเต็มใบหน้าเข้าเต็มรัก ร่างสูงสะบัดศีรษะจนมึน เหนื่อยก็เหนื่อยฝนยังมาตกอีกต้องรีบกลับบ้านแล้วสินะ ก้าวเดินต่อไปซักพักก็มีคนวิ่งเข้ามาชนไม่มีแม้แต่คำขอโทษต้นเหตุได้วิ่งจากไปแต่แทคยอนก็ไม่คิดและไม่คาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า 'ขอโทษ' ออกจากปากคนในเมืองหลวงอยู่แล้วเพราะถ้ามีมันอาจจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยก็ว่าได้  แต่เดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็โดนชมจนล้มเลยรอบนี้แทคยอนหัวเสียหยักกว่าเดิม ชนรอบเดียวถือว่ามากพอแล้ว และนี่มันจะรีบไปหาใครแม่ตายเหรอไงรีบแบบนี้ ฝนก็ตกอีก อะไรของแม่งวะ!

 

 “เฮ้ย!”


“ช่วยด้วย ช่วยที” 


“ไปไกลๆเลยไป อะไรวะ!” คนชนเอ่ยปากขอร้องหลังจากเขากระชากแขนเล็กๆนั่นขึ้นมาจากบนพื้นที่ล้มลงไป ปลายเสื้อของเขาถูกดึงรั้งไว้ เฮ้ย! ปล่อยสิวะ! และซักพักดวงตากลมนั่นเบิกกว้างเหมือน


ตกใจกับอะไรบางอย่าง มือเล็กๆที่จับปลายเสื้อเขาไว้ปล่อยออกและวิ่งผ่านเขาไปยังพุ่มไม้เตี้ยด้านหลัง ย่อตัวเหมือนหลบอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่มันวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา... พวกนักเลงนี่เอง



“พี่ชาย เห็นคนแบกกระเป๋าที่หลังวิ่งมาแถวนี้ไหม”


"ไม่รู้เรื่อง” คนตัวสูงบอกออกไปตามตรงก็ไม่รู้เรื่องว่าคนแบกกระเป๋าคนไหน ในเมืองนี่มีเป็นแสนๆคน จะเอาคนไหนล่ะ? หลังจากพวกมันได้คำตอบที่ไม่พอใจกลับไปก็ออกตามหาต่อ


แทคยอนมองจนแผ่นหลังคนพวกนั้นหายจากสายตา พุ่มไม้ข้างหลังเขายังมีร่างของใครคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น ขายาวออกกก้าวไปหยุดตรงพุ่มไม้ เป้สีสดกระทบเบ้าตา ร่างสูงเอื้อมแขนคว้าเป้นั่นขึ้นมาจนเข้า


ของเป้ใบนั้นติดมือมาด้วย


“ไม่เอา ขอร้อง อย่าทำอะไรผมเลย”


"แหกตาดูก่อนจะพูดได้มั้ย" เสียงดังอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวพวกมันกลับมาคราวนี้จะใส่พานถีบส่งถวายเลย!


เมื่อได้มองหน้ากันชัดๆถึงจะมีสายฝนทำให้ต้องหรี่ตาแทคยอนก็พบว่าคนตรงหน้านี่.. สมควรที่จะโดนตามหา หน้าตาแบบนี้ทำไมมันออกมาเดินบ้าตอนดึกๆแบบนี้ล่ะ ด้วยความโมโหเล็กๆจึงออกปากไล่ให้กลับไป ส่วนเขาก็ไม่อยู่ต่อหรอก บ้านก็มีให้กลับ แทคยอนหันหลังเพื่อจะกลับบ้านของตน

 

เม็ดฝนยังคงร่วงหล่นกระทบเบ้าตาจนแสบไปหมดแทคยอนรำคาญจนอยากจะออกปากด่าท้องฟ้าที่ยังปล่อยให้น้ำใสๆเหล่านี้ตกไม่หยุดหย่อน จะตกประชดให้ท่วมโลกไปเลยหรือไงกันยิ่งแอบด่าในใจเหมือนท้องฟ้าจะอ่านใจเขาออกและอยากจะประชดจึงได้เทน้ำร่วงมาจากฟากฟ้ามากขึ้นแทคยอนรู้สึกว่าหวัดเริ่มจะย่างกรายเข้ามาเล่นงานร่างสูงจึงออกเดินเพื่อกลับต้องรีบเอาร่างกายไปพักพิงและหลบเจ้าฝนพวกนี้ก่อนแต่แรงดึงปลายเสื้อด้านหลังทำให้ปลายเท้าที่ก้าวเดินหยุดชะงัก แทคยอนหันกลับมาพบกับคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งออกปากไล่ให้กลับไป

 

 

อะไร?”

 

คุณคนใจดีหา อะไรของมัน

 

อะไรวะ?”

 

คุณคนดี ขอไปอยู่ด้วยนะ

 

 

 

~~//~~//~~ C h o t t o ~~//~~//~~

 

 

 

เม็ดฝนยังคงทำหน้าที่ของมันไม่ขาดตกบกพร่องไม่สนใจว่าจะทำให้ทัศนียภาพการมองเห็นของใครคนหนึ่งพร่ามัวไปขนาดไหนนิชคุณจ้องมองคนตรงหน้าที่หันกลับมาเพราะเขาดึงรั้งไว้

 

ขอไปอยู่ด้วยคนสิ นะ!”

 

แต่สิ่งได้รับคือการสะบัดให้หลุดจากการรั้งไว้คนตัวสูงหันกลับไปทางเดิมและออกเดิน อะไร! นี่ไม่สนใจกันเลยเหรอเนี่ย

 

นี่!”

 

แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่นิดเพราะแผ่นหลังนั้นยิ่งห่างไกลออกไปนิชคุณไม่ละความพยายาม ในเมื่อไม่สนใจก็ต้องตื๊อจนกว่าจะยอมให้ไปอยู่ด้วยนี่แหละคนตัวเล็กกว่าวิ่งตามแผ่นหลังใหญ่ที่ค่อยๆห่างออกไป วิ่งไปหยุดด้านหน้าสองแขนกางออกเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ให้ผ่าน

 

อะไร!”

 

ให้คุณไปอยู่ด้วยนะ

 

ไปเล่นตลกข้างทางไป ถอย!”แทคยอนเดินชนจนร่างเล็กๆนั้นเซไปอีกทางแต่เพราะพื้นที่มันลื่นจากฝนตกทำให้เท้าที่เหยียบบนกลุ่มโคลนที่เปียกเพราะเม็ดฝนไถลจนนิชคุณหงายหลังหัวฟาดพื้นหมดสติในทันที

 

เฮ้ย!” ร่างสูงถลาไปดูผลงานของตนงานเข้าจนได้สิแทคยอน เม็ดฝนจากฟากฟ้าก็ไม่มีท่าทีจะผ่อนผันการตกของมันเลยยังคงทำหน้าที่ได้ดีจนน่าขึ้นเงินเดือนเสียจริง มือใหญ่วาดไปตามใบหน้าเล็กกวาดเอาน้ำออกจากใบหน้า มีคราบสีแดงจางๆติดมือมานั่นยิ่งทำให้แทคยอนปวดหัว

 

งานเข้าไม่พองานงอกเลย มันจะตายไหมวะ!

 

 

เฮ้!” ตบบนแก้มนิ่มนั่นสองสามทีหวังจะปลุกให้ได้สติแต่อาการไม่ตื่นแบบนี้สงสัยหัวคงฟาดพื้นหนักเอาการ

 

แม่งเอ๊ย ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยให้ตายสิเมื่อคิดอะไรไม่ออกนอกจากเดียวคือต้องเอากลับไปด้วยแทคยอน ช้อนอุ้มร่างในอ้อมแขนให้ขี่หลังเขาบนหลังของนิชคุณมีกระเป๋าเดินทางอยู่จึงเพิ่มน้ำหนักมากกว่าร่างที่อยู่บนหลังแทคยอนกัดฟันค่อยๆใช้ขายันร่างตัวเองที่มีสัมภาระจำเป็นให้ลุกขึ้น

 

หนักกว่าที่คิดอีกตัวก็เท่าลูกหมา กินอะไรมาวะ!

 

แทคยอนแบกร่างของเจ้าลูกหมาพร้อมสัมภาระของมันออกเดินไปด้วยกัน

 

 

วันนี้ระยะทางก็เท่าเดิมแต่แทคยอนรู้สึกว่าตัวเองเดินช้าลง เพราะบนหลังมีอะไรหนักๆจนทำให้ขาก้าวช้าลงหรือเพราะแทคยอนค่อยๆเดินเพื่อไม่ให้ร่างบนหลังได้รับการกระทบกระเทือนจากการเร่งรีบแล้วสรุปมันเพราะอะไรกันล่ะ

 

บ๊ะ!คิดมากหัวจะระเบิดแล้วเนี่ย!!

 

 

 

กุญแจไขลำบากกว่าทุกวันเพราะบนหลังมีสัมภาระบางอย่างทำให้การทรงตัวเสียสมดุลแทคยอนหมุนลูกบิดเมื่อรู้สึกว่าไขกุญแจติดแล้วร่างสูงเดินกระเตงพาคนบนหลังวางบนโซฟา ดึงเป้เปียกๆนั่นออกวางลงข้างล่าง เอาล่ะวางบนโซฟาแล้วทำไรต่อวะ?

 

เมื่อเห็นสีแดงจางๆก็นึกออกอีกครั้งว่ามีเลือดด้วยร่างสูงวิ่งไปห้องน้ำรองน้ำใส่กะละมังและหยิบผ้าผืนเล็กมาทำแผลก่อนล่ะกัน

 

อยู่คนเดียวมานานก็ทำอะไรไปต่อไม่ค่อยเป็นค่อยๆทำแผลให้คนบนโซฟาด้วยอาหารทุลักทุเล แทคยอน นายมันบ้าถ้าเจ้านี่ตายแกจะคลอดมันออกมาให้แม่เขาได้เหรอไง ไม่ระวังเลย!

 

ผ้าขนหนูในมือชุบน้ำค่อยๆไล่ไปตามใบหน้าหวานของคนหมดสติแทคยอนค่อยๆเช็ดหน้านิชคุณเหลือบสายตามองเสื้อผ้าที่มันเปียกขนาดหนักก็จัดการถอดมันออกโดยไม่ลังเลเมื่อถอดท่อนบนเสร็จ

 

แล้ว...ท่อนล่างล่ะ

 

 

"ตายห่าไม่ถอดได้ไหมเนี่ย" มือที่กำอยู่ขอบเอวกางเกงอีกคนกำลังลังเลจะถอดหรือไม่ถอดดี ฝนจากด้านนอกยิ่งเทตัวกระหน่ำเหมือนจะตกให้หลับคามันรั่วแทคยอนรำคาญเสียงของมันจนไม่อยาก

 

จะคิดอะไรมากมายมือหนากระชากกางเกงนั่นออกกองบนพื้น

 

"เกิดมาไม่เคยจับใครแก้ผ้าเลยนะเนี่ย"ผ้าห่มผืนหนาปกคลุมรางกายขาวเนียนนั้นเพื่อให้ความอบอุ่นและกลับไปทำแผลที่หัวฟาดพื้นนั้นต่อให้เสร็จ

 

 

"อ่าวเฮ้ย!ตัวร้อนนี่นา" เมื่อทำแผลเสร็จลองจับตามตัวไปเรื่อยๆรู้สึกว่ามันเริ่มร้อนขึ้น ร่างสูงวิ่งเข้าครัวหาอุปกรณ์และวัตถุดิบบางอย่างที่พอจะใช้ได้ในตู้เย็น

 

 

 

ถ้วยขนาดพอเหมาะวางบนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟาแทคยอนทำโจ๊กร้อนๆเพื่อให้ร่างคนนอนแหมะบนโซฟาได้มีอะไรตกถึงท้องก่อนจะกินยาอาจจะมาจากการตากฝนเมื่อครู่ก็ได้ เพราะตอนนี้แทคยอนรู้สึกตัวรุมๆเหมือนจะไม่สบายร่างสูงมองคนบนโซฟาหลับสนิทเสียจริง งั้นเขาไปอาบน้ำก่อนล่ะกัน

 

 

ก้าวเดินไปได้สองสามก้าวก็ต้องย้ายส้นเท้ากลับมายังโซฟาที่เดิมอีกคนยังไม่ฟื้น ข้าวก็ไม่ได้กิน ยาก็ยังไม่ได้แตะ ไข้มันจะลามหรือเปล่านะแทคยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมทิ้งตัวนั่งลงตรงหน้าคนป่วย เดี๋ยวค่อยไปอาบก็ได้เดี๋ยวไอ้นี่มันไข้หนักแล้วเกิดตายขึ้นมา ซวยยิ่งกว่าซวย!

 

"ตื่นๆ"มือใหญ่ตบไปบนแก้วนิ่มนั่นเบาๆเพื่อหวังให้อีกคนตื่นขึ้นมาแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ

 

"เฮ้ย!ตื่น" เปลี่ยนเป้าหมายจากแก้มนิ่มนั้นไปเขย่าแขนแทนเขย่าไปเขย่ามาคนบนโซฟาทนไม่ไหว สะลึมสะลือบ่นงึมงำไมได้ศัพท์

 

"กินเข้าไปไวๆจะได้กินยา เร็วๆ" นิชคุณรับถ้วยโจ๊กมาก้มมองสับปหงกจนแทคยอนเอะใจก่อนจะร้องออกมาเมื่อหัวเล็กๆนั่นจะจมลงในถ้วยที่ถืออยู่เดือดร้อนเขาต้องค่อยๆตักของเหลาสีขาวข้นใส่ช้อน

 

แล้วป้อนเข้าปากเล็กๆนั่นทีละคำๆจนหมดถ้วยและยัง..ยังไม่จบ กินข้าวเสร็จก็กินยา

 

 

และแทคยอนอยากจะเอาถ้วยโจ๊กที่หมดแล้วคว่ำใส่หัวเล็กๆนั่นด้วยความขัดใจ

 

กินยานะไม่ใช่กินหญ้า บ่นอะไรนักหนา

 

"งื่อออยามันขม"

 

"กินเร็วๆจะได้นอนพัก"

 

"โขมมมมมมมมมมมมมม"

 

เออยาเด่ะ มันจะหวานมั้ยล่ะ?

 

"กินเข้าไปซะ!"แทคยอนขึ้นเสียงใส่คนป่วย ยื่นซองยาไปตรงหน้าคนป่วยที่กำลังมึนได้ที่มึนไม่พอมันดื้อ! นิชคุณผลักซองยาออก ส่ายหัวจนเส้นผมกระจาย

 

"ไม่กินขม งื่อออออออออ ขม ขม" โอ๊ย! เด็กดื้อ กวน!แทคยอนเม้มปากจะจัดการยังไงให้คนตรงหน้านี่กินยาดีนะ เขาจะไปอาบน้ำแล้วถ้าปล่อยให้กินเองมีหวังคงขว้างซองยาทิ้งออกไปแน่ๆ

 

ในเมื่อกินดีๆไม่ยอมกินงั้นต้องบังคับ!

 

"งื่ออออ"คนป่วยส่งเสียงร้องออกมาด้วยความขัดใจเมื่อปลายคางถูกมือใหญ่บีบให้ปากเปิดออกเพื่อจะหย่อนเม็ดยาลงไปนิชคุณขืนตัวไว้ สีหน้าเบ้เมื่อรู้สึกมีเม็ดอะไรบางอย่างเข้าปากตามด้วยน้ำจำนวนหนึ่งมือใหญ่ที่จับคางไว้บีบเบาๆเป็นการบังคับให้กลืนมันลงไปนิชคุณกลืนมันลงเมื่อถูกบังคับให้กลืน

 

"ก็แค่เนี๊ยะต้องให้ใช้กำลัง" แทคยอนบ่นมองหน้าคนป่วยก่อนจะลุกขึ้นยืดตัวขึ้นบิดคลายาอาการเมื่อย แต่ไม่วายจ้องมองไปยังโซฟาอีกครั้งคราวนี้คนป่วยล้มตัวนอนหลับไปเรียบร้อยเหมือนสั่งได้ ร่างสูงทำหน้าเบ้นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย!

 

 

แทคยอนเดินเช็ดผมหยดน้ำเกาะพราวตามใบหน้า อย่างน้อยสระผมแล้วคืนนี้คงไม่ถูกหวัดเล่นงานเมื่อเห็นเตียงนอนตรงหน้ากระโดดลงนอนและหลับไปเพราะความเหนื่อยโดยไม่ได้ลงไปดูอาการคนข้างล่างอีกเลย

 

 

~~//~~//~~ C h o t t o ~~//~~//~~

 

 

 

ดวงตากลมลืมตื่นขึ้นภาพตรงหน้ามันพร่ามัวจนต้องปรับสายตาตัวเองใหม่ ปรับภาพตรงหน้าจนชัดเจนนิชคุณลุกขึ้นจากกองผ้าห่ม ใบหน้าหวานมองซ้ายมองขวา นี่บ้านคน แล้ว... บ้านใครล่ะ?

 

ก้มมองร่างกายตัวเองโป๊?

 

เฮ้ย!เสื้อผ้าไปไหนล่ะ? แล้วทำไมนอนเหลือแค่กางเกงในล่ะ นั่งคิดกับตัวเอง ก้มมองร่างของตัวเองสองมือจับหัวตัวเอง พยายามนึกว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่และไม่มีเสื้อผ้าใส่

 

 

หรือละเมอถอดเสื้อผ้าวะ?

 

นิชคุณสะบัดศีรษะพยักหน้าช้าๆให้กับความคิดตัวเอง ก็อาจจะเป็นไปได้สงสัยเหนื่อยจัดเลยนอนละเมอและถอดเสื้อผ้าจนเหลือแค่กางเกงในกวาดสายตาไปข้างๆก็เจอกับเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้ของตัวเอง

 

วางเป็นระเบียบก็แปลกใจนี่เขาละเมอถึงขั้นผึ่งเสื้อผ้าด้วยเหรอเนี่ย

 

 

ก้มเจอถ้วยชามที่ไม่มีอะไรเหลือในนั้นมองขวดน้ำและซองยา เมื่อเห็นซองยาริมฝีปากอิ่มเบะขึ้นทำสีหน้าขยะแขยง จะล้วงคอเอายาที่กินเข้าไปออกมาแต่เมื่อนึกได้ว่ามันคงย่อยหมดไปแล้วเมื่อคืนจึงล้ม

 

เลิกความคิดนิชคุณยกผ้าห่มบนตัวออก มือหยิบเสื้อผ้าข้างตัวขึ้นสวมใส่ ยืนเต็มความสูงเดินไปมาสำรวจที่อยู่ใหม่ของตน

 

 

โครกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

แต่ดูท่าความหิวกำลังอาละวาดนิชคุณลูบท้องตัวเอง สองขาก้าวหาตู้เย็นว่ามันอยู่ส่วนไหนของที่อยู่ใหม่แห่งนี้เดินไปเดินมาเรื่อยเปื่อยจนเจอกับห้องครัวขนาดใหญ่ มีโต๊ะกินข้าวขนาดสองคนมีเคาน์เตอร์และอุปกรณ์ทำอาหารอย่างดี

 

"โหเครื่องครัวเยอะแยะจัง" คนตัวเล็กเห็นของแปลกใหม่อดใจไม่ได้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะที่บ้านตัวเองนั้นไม่มีนิชคุณเปิดตามตู้เก็บของหลังเคาน์เตอร์ ด้วยความซุกซนและความอยากรู้อยากเห็นมีเยอะมือบางหยิบกระทะ หม้อ ตะหลิว ทัพพี สารพัดเครื่องครัวออกมาจากตู้วางเต็มเคาน์เตอร์และจ้องมองมันด้วยความเคลิบเคลิ้ม

 

เห็นของดีแล้วอดไม่ได้ที่จะจับ!

 

"หิวแล้วอ่ะ"เปลี่ยนเป้าหมายไปหาตู้เย็นซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันเลย ของสดอัดแน่นจนเจ้าตัวตาวาววัตถุดิบเยอะแยะ ซื้อมาตุนไว้ทำกินเองหรือเปล่านะ

 

"ฮิฮิ"มือบางหยิบของสดทั้งหลาย เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ไข่ไก่ ออกมาวางไว้บนที่ล้างจานหิวแบบนี้ต้องหาอะไรใส่ท้องก่อน แม่สอนไว้ว่าต้องกินอาหารให้ตรงเวลาและกินทุกมื้อตอนนี้เช้าแล้ว ก็ต้องทำอาหารเช้า

 

 

เสียงต๊อกต๊อกจากการหั่นเนื้อสัตว์ดังขึ้น นิชคุณหั่นหมู สับ สับสับจนกลายเป็นหมูสับแล้วใส่ในถ้วยใบเล็ก ไข่ไก่ตอกใส่ถ้วยใบเล็กวางข้างกันข้าวสารเทใส่หม้อและนำไปใส่น้ำจนได้ตามที่ต้องการ จากนั้นยกหม้อขึ้นตั้งไฟจนเดือดนิชคุณฮัมเพลงไปตามทำนอง มือไม่วางเฉย หยิบเนื้อหมูใส่ลงไปใช่ทัพพีคนข้าวไม่ให้ข้าวไหม้ติดหม้อ เมื่อข้าวเริ่มสุกจึงตามด้วยไข่ไก่แต่ด้วยความไม่ชินกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของบ้านตัวเองไข่ขาวที่เหลืออยู่ตอนขณะเทหกเรี่ยราดบริเวณเตาแก็สจนเลอะเทอะสกปรกไปหมด

 

"หกซะแล้วเดี๋ยวค่อยเช็ดล่ะกัน"วางถ้วยไข่ไก่ทิ้งไว้แถวนั้นก่อนจะหันไปใส่ใจกับโจ๊กในหม้อคนเรื่อยๆแต่ก็ระวังไม่ให้ไข่ไก่แตกก่อนจะได้กิน

 

"เสร็จแล้ววววววววววว" ถ้วยใส่โจ๊กส่งกลิ่นหอมชวนกินนิชคุณจ้องมองถ้วยในมือ ปิดแก็สเรียบร้อย วิ่งไปหาช้อนและวิ่งกลับไปยังโซฟาที่ใช้นอนเมื่อคืนสวาปามกินเหมือนอดอยาก ไม่ได้กินอาหารมาเป็นปี

 

 

ถ้วยที่เต็มไปด้วยโจ๊กในตอนแรกบัดนี้ว่างเปล่าเหมือนไม่เคยมีอะไรอยู่ในนั้นมาก่อนนิชคุณหยิบเป้บนพื้นข้างโซฟามาเปิดออก หนังสือ 'โซล' ในมือทำให้เจ้าตัวยิ้มออกมา

 

คุณมาถึงโซลแล้วคุณจะใช้เวลาที่นี่ให้สนุกสุดๆไปเลย แล้วคุณจะรีบกลับนะครับแม่

 

 

"แล้วป่านนี้แม่จะเป็นไงบ้างนะ?" อดไม่ได้ที่จะห่วงผู้หญิงอีกคนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิดมีอยู่ด้วยกันแค่สองคนมาตลอดจู่ๆก็ต้องอยู่คนเดียว คงจะช็อคเป็นธรรมดานิชคุณรู้สึกผิดอยู่เต็มอก แต่ครั้งนี้เขาขอ เขาไม่เคยได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่เกิดไม่เคยจะได้ออกไปไหนเหมือนคนอื่นๆ

 

 

จะไม่ยอมใช้ชีวิตที่นั่นและตายโดยไม่ได้เหยียบที่เมืองหลวงหรอก

 

 

นิชคุณเอนตัวลงนอนบนโซฟาที่นั่งอยู่มือถือหนังสืออ่านไปเรื่อยเปื่อย เพิ่งกินเสร็จมาใหม่ๆและล้มตัวลงนอนหนังตาก็จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ และสุดท้ายเจ้าตัวก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง

 

 

 

 

 

"ฮ้าวววววว" ร่างสูงยีหัวจนฟูไม่เป็นทรงหลังจากลุกขึ้นจากเตียงนอนสวรรค์กลางคืนดีๆนี่เอง แทคยอนหยิบแว่นที่วางบนโต๊ะข้างเตียงมาสวมใส่บนใบหน้าคมสายตาค่อยๆปรับภาพการมองเห็นช้าๆจนแทคยอนมองเห็นตามปกติ

 

 

"หิวว่ะ วันนี้เอาง่ายๆล่ะกัน" โชคดีวันนี้เป็นวันหยุดของเขาอาชีพพ่อครัวก็ไม่ใช่อาชีพปกติทางร้านจะเรียกเขาไปแค่บางวันเพราะเขาไม่รับทำงานประจำก็แค่หาอะไรทำแก้เบื่อเท่านั้น และการได้เป็น

 

พ่อครัวก็แก้เบื่อได้มั่งในตอนแรกแต่ถ้าทำทุกวันเข้ามันก็โคตรน่าเบื่อเลย

 

ร่างสูงเดินลงบันไดมือไม่ปล่อยให้ว่างเฉย ยกขึ้นยีหัวตัวเองไปมาระหว่างลงขายาวพาร่างคนตัวสูงเดินข้าไปหาอะไรกินในตอนเช้า แทคยอนได้กลิ่นเหมือนมีอาหารจมูกดมฟุดฟิดในระหว่างที่ก้าวเดิน

 

และภาพตรงหน้าทำให้ตาที่หรี่เพราะความง่วงเบิกขึ้นจนตาโต

 

"เฮ้ยยยย!!"

 

พายุเข้าเหรอวะครัวเละเทะแบบนี้

 

 

 

เครื่องครัวแสนสะอาดเพราะรักษาอย่างดีสกปรกไปหมด ที่อ่างล้างจานบรรดาจานที่ใช้แล้วกองพูน ถ้วยชามวางเกะกะ มีดอีโต้เขียงไม้ถูกวางทิ้งไว้หม้อบนเตาแก็สมีร่องรอยผ่านการปรุงอาหารเมื่อไม่นานมานี้เพราะยังร้อนอยู่แทคยอนแทบจะพังห้องครัวเมื่อเห็นสถานที่แห่งรักของตน

 

 

"ใครวะ!"

 

ร่างสูงตวัดสายตากลับไปยังโซฟาในห้องนั่งเล่นสองขาจ้ำอ้าวพาร่างตัวเองไปหาตัวต้นเหตุที่นอนไม่รู้เรื่องราวเลยว่าได้ทำอะไรเอาไว้บ้าง

 

 

แทคยอนหยุดยืนตรงหน้านิชคุณที่นอนหลับสบายตาคมมองสำรวจร่างเล็กตรงหน้า เสื้อผ้าใส่แล้ว สงสัยคงตื่นมาใส่เองทำครัวเละแบบนี้แสดงว่าหายไข้แล้วสินะ หึ!

 

"ตื่นเว้ย ตัวดี!"มือใหญ่กำรอบแขนคนตัวเล็กก่อนจะออกแรงกระชากให้ร่างที่นอนแหมะบนโซฟาลุกขึ้นมาตามแรงดึง

 

"อ๊ะ เจ็บ เจ็บบบบ" นิชคุณบ่นขึ้นปอดแปดเมื่อจู่ๆก็ถูกบีบแขนและถูกลากให้ลุกขึ้นคนกำลังนอนสบายแท้ๆเชียว นิสัยไม่ดี

 

"หายดีแล้วนี่ ไปเลย ออกไปจากบ้านฉันซะ"

 

"หา?"

 

"ยังมาตีหน้าซื่ออีกเหรอ ไอ้ตัวแสบ หนอยแน่ ไปเลยไป"เห็นสายตาไม่เข้าใจที่อีกคนส่งมาให้ยิ่งทำให้อารมณ์ที่ไม่ค่อยดีเพราะต้องตื่นนอนอยู่แล้วเดือดปะทุขึ้นไปอีก

 

นิชคุณไม่เข้าเจ้าตัวพยายามขืนตัวให้แขนหลุดจากการเกาะกุม เจ็บอ่ะ เจ็บบบบบบบบบบบบ รุนแรง!

 

"โอ๊ย ปล่อยนะ"

 

"ได้ เดี๋ยวจับโยนออกไปข้างนอกจะปล่อยให้หน้ากระแทกพื้นเลย"

 

"ใจร้าย!"

 

นิชคุณมองแทคยอนด้วยความตำหนิเมื่อคืนที่บอกไปว่าคนใจดี ขอเอาคำพูดคืนหมดได้มั้ย คนอะไรใจดำเป็นที่สุด!

 

"อย่ารังแกคนป่วยสิ!"

 

"อ้อ นี่ป่วยเหรอ แล้วคนป่วยมันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ มานี่!"เมื่อได้ยินคำว่า 'คนป่วย' แทคยอนแทบสติหลุดออกแรงดึงแขนขาวให้ตามเขาเข้ามาในห้องครัว แทคยอนจับไหล่นิชคุณและผลักให้ดูผลงานตัวเองที่ก่อไว้

 

"คนป่วยเขาทำแบบนี้เป็นด้วยเหรอ" ตื่นมาทำอาหารกินเอง ไม่พอ...ทำเสร็จก็ไม่เก็บ อยากจะฆ่าให้ตายนัก!!!

 

"ง่า คนมันหิว" หมดคำแก้ตัวเพราะหลักฐานมันฟ้องตำตานิชคุณตำหนิตัวเองในใจ เวรกรรม!

 

"หายดีแล้วนี่? งั้นออกไปได้แล้ว เชิญครับ"แทคยอนยิ้มหล่อให้เข้ากับใบหน้าก่อนจะทำมือเชิญไปที่บานประตูหน้าบ้านที่ปิดสนิท

 

"ไม่ไป!" นิชคุณใช้แรงทั้งหมดสะบัดให้หลุดจากมือใหญ่ขาเล็กๆออกแรงวิ่งไปรอบบ้านอย่างน้อยอยู่ให้ห่างคุณคนดีที่ตอนนี้ได้ชื่อใหม่เป็นคุณคนใจร้ายไปชั่วคราวเท้าเปลือยเปล่าวิ่งหลบไปมาเมื่อแทคยอนวิ่งตามมา ทั้งสองคนทำตัวเหมือนเด็กวิ่งไล่จับอย่างกับเด็กประถม

 

แขกผู้ไม่ได้รับเชิญวิ่งหนีเจ้าของบ้านเมื่อเขาเชิญให้ออกยอมทำตัวเสียมารยาทเพราะนิชคุณไม่อยากออกไปใบหน้าหวานคอยแต่ระแวดระวังกลัวเจ้าของบ้านจะวิ่งตามมาจับจนลืมสังเกตด้านหน้าตัวเองว่า

 

มีกระเป๋าเป้และโซฟาขวางอยู่กว่าจะรู้ตัวร่างเล็กๆก็ชนเข้ากับโซฟาตัวใหญ่จนล้มก้นกระแทกกับตัวพื้นเจ็บใช่เล่นนะเนี่ย

 

หมับ!

 

 

"อ๊ะ" เอวบางถูกรวบเข้าหาเจ้าของบ้าน แทคยอนใช้แขนแกร่งรวบตัวแสบเอาไว้พร้อมลากพาไปนั่งที่โซฟาด้วยกัน

 

แทคยอนนั่งขัดสมาธิบนโซฟาหันหน้าเข้าหานิชคุณที่นั่งตรงข้ามบนโซฟาตัวเดียวกัน

 

นิชคุณไม่เคยรู้สึกว่าการกลืนน้ำลายลงคอจะกลืนยากเย็นเท่ากับตอนนี้เมื่อโดนจ้องด้วยแววตาดุดันของคนใจร้ายคนนี้

 

"ออกไปจากบ้านฉัน"

 

"ไม่ไป"

 

"นี่!"

 

"ก็ไม่มีที่ไปนี่!"ยังคงยืนยันคำตอบของตัวเองไว้ ไม่เอาหรอก จะอยู่ที่นี่ให้ได้เลย

 

"งั้นก็ไปหาเอาสิมายุ่งอะไรกับบ้านฉันวะ"

 

"ก็ไม่มีที่ไปจริงๆนี่นา"วะ! กวนตีนจริง

 

แทคยอนชักปวดหัวพยายามไล่ก็ไม่ไป ยังดื้อดึงจะอยู่ที่นี่ให้ได้ ปวดหัวเว้ยเดี่ยวก็ฆ่าทิ้งซะตรงนี้หรอก เว้ย เว้ย เว้ย!

 

"ขออยู่ด้วยคนนะนะ นะ น๊า" สองมือเอื้อมไปจับปลายกางเกงขายาวของเจ้าบ้าน ทั้งดึงและเขย่าเป็นการขอร้องแทคยอนหลบสายตา ไม่อยากเห็นแววตาอ้อนๆของคนตรงหน้า กลัวอะไรบางอย่าง

 

กลัวตัวเองจะใจอ่อนเข้า

 

ไม่ได้เว้ยแทคยอนตัวแสบนี่พังครัวนายนะ

 

ต้องไม่ใจอ่อน

 

 

"อยู่ด้วยซี่"คราวนี้ไม่ได้หยุดแค่จับปลายกางเกง ค่อยๆพาร่างตัวเองขยับไปเรื่อยๆจากที่นั่งปกติบนโซฟาตอนนี้นิชคุณแทบเกยไปนั่งตักเจ้าบ้านแทคยอนเบิกตากว้างขึ้น สองมือดันไหล่คนตรงหน้าให้หยุดเคลื่อนไหว เช๊ส!

 

"เฮ้ย!หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!"

 

แทคยอนถอนหายใจเบื่อๆอ้อนได้โล่ห์จริงเชียว คนอะไร?

 

เหลือบสายตามองนิชคุณที่ยังคงทำหน้าตาอ้อนอยู่แบบเดิมแทคยอนก็ชักปลงชักเบื่อ แต่เมื่อนึกไปถึงห้องครัวก็เริ่มฉุน ว๊ะ!

 

"อยากอยู่บ้านฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ"

 

"อยู่ด้วยนะ"

 

"มุ่งมั่นดีจังนะงั้นทดสอบอะไรหน่อยสิ"

 

"?"

 

 

 

แทคยอนเดินถือกะละมังขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไปมาให้ร่างสูงยื่นให้นิชคุณรับมันไว้ ตอนนี้ทั้งสองคนยืนอยู่ด้านนอกหน้าประตูบ้าน

 

นิชคุณรับกะละมังมาถือไว้ไม่เข้าใจ ถือทำไม?

 

 

น้ำหนักกะละมังยิ่งมากขึ้นเมื่อแทคยอนเดินถือสายยางเข้ามาใกล้ฉีดน้ำลงในกะละมังใบที่นิชคุณถืออยู่ คนตัวขาวมองอย่างไม่เข้าใจ

 

"ใส่น้ำทำไมเหรอ"

 

แทคยอนวางสายยางลงหลังจากเดินไปปิดก็อกน้ำให้สนิทและเดินกลับมายืนตรงหน้านิชคุณจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตนั่นพร้อมเอ่ยคำพูดที่ทำให้นิชคุณตาโต

 

"ถือกะละมังแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าฉันจะพอใจห้ามให้น้ำหกแม้แต่หยดเดียว"จบประโยคนิชคุณตาโตยิ่งกว่าเดิมกับข้อเสนอของคนใจดีคนนี้ก้มมองน้ำในกะละมังที่ถืออยู่สลับมองหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างขอคำถาม

 

"แล้วถ้าทำไม่ได้?"

 

"ออกไปซะ"

 

 

หนังสือเปิดกางจนเต็มหน้ากระดาษร่างสูงอ่านข่าวของวันใหม่ ขนมปังกรอบถูกยัดเข้าปากตามด้วยกาแฟร้อนรสขมเคี้ยวกร้วมๆและกลืนลงคอวางหนังสือพิมพ์ลงเดินไปเก็บแก้วลงที่อ่างล้างจานไม่วายแอบเดินไปดูหน้าบ้านหน่อยเจ้าลูกหมาตัวซนยังยืนตำแหน่งเดิม ในมือถือกะละมังเหมือนที่เขาสั่งไว้ไม่มีผิดเลย

 

"หึ! เดี๋ยวทนไม่ได้ก็ร้องไห้กลับบ้านเองนั่นแหละ"

 

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยออกมาและเดินไปเก็บแก้วกาแฟต่อวันนี้ได้พักจะนอนทั้งวันเลย วางโปรแกรมเอาไว้เยอะ งั้นวันนี้ดูหนังดีกว่า

 

 

 

~~//~~//~~ C h o t t o ~~//~~//~~

 

 

 

 

A lifewithout dream
is no lifeat all.

 

ชีวีตที่ปราศจากความฝัน
ก็คือปราศจากซึ่งชีวิต

 

 

คำพูดในฉากสำคัญของหนังทำให้แทคยอนฉุกคิดตัวหนังยังคงเล่นต่อไปเรื่อยๆไม่มีการหยุดพัก แต่สติของแทคยอนกลับหยุดนิ่งความฝันงั้นหรือ?

 

ความฝัน...สิ่งที่ทุกคนตั้งไว้ ตั้งเป้าหมายอยากจะทำในสิ่งที่อยากจะทำแต่ถึงคนเราจะมีเป้าหมายที่สวยงามเพียงใดก็อย่าลืมนึกถึงโลกแห่งความเป็นจริงโลกเราไม่ได้สวยงามเหมือนความฝันนั่นหรอก

 

 

"ป่านนี้จะเป็นไงบ้างนะฮ่าๆ สงสัยคงทิ้งกะละมังและวิ่งกลับไปซบอกแม่แล้วแน่ๆ"ผ้าม่านสีขาวถูกเปิดออกแง้มๆพอมองเห็น แทคยอนมองไปยังหน้าบ้านก็ตกใจยังคงอยู่ที่เดิม แดดร้อนเปรี้ยงขนาดนี้น่ะนะ?

 

 

"เฮ้ย!!"

 

นิชคุณสะดุ้งโหยงจนเกือบเผลอทำน้ำกระฉอกหกไปกับเสียงตะโกนด้านหลัง

 

"นั่งทำไม"

 

"ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามนั่ง บอกแค่ว่าห้ามให้น้ำหก"ปากอิ่มบ่นหงุงหงิงและยังคงนั่งขัดสมาธิถือกะละมังในอ้อมกอดตัวเองต่อไป แดดนี่ก็ร้อนจนอยากจะเป็นลมตายเสียจริงๆ

 

"ถ้าทนไม่ไหวก็เลิกซะ ร้อนแล้วจะเป็นลมตายเอาคลอดใหม่ให้แม่แกไม่ได้นะเว้ย" แทคยอนพูดแดกดันหวังให้เจ้าลูกหมาตรงหน้าเลิกทำอะไรแบบนี้เสียที

 

"เงียบเหอะน่า" ฉึก! เหมือนมีปีดปักเข้ากลางอกเมื่อเจอคำพูดนี้เข้าแทคยอนเบิกตากว้าง อวดดี!

 

"เออ! งั้นทำให้ได้ตลอดล่ะกัน แม่ง" ปัง! เสียงปิดประตูตามหลังจบประโยคใจร้ายนั่นทำนิชคุณหัวใจเหมือนโดนมีดแหว่งจนเบาโหวงเจ้าตัวเม้มริมฝีปากอิ่มจนเป็นเส้นตรงมือยกบังแดดตรงหน้าที่กำลังแผดเผาผิวหนังจนแสบร้อนไปหมด

 

 

ไอแดดร้อนแรงแผดเผาสรรพสิ่งรอบกายแต่ใจดวงน้อยนี้กลับยืนหยัดมั่นคงต่อไป แม้จะถูกแดดเผาจนหัวใจดวงน้อยแห้งกรอบก็ตาม

 

 

 

เม็ดฝนร่วงหลนจากฟากฟ้ากระทบพื้นจนเจิ่งนองมอบความชุ่มชื้นให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้รับความสดชื่นร่างสูงภายใต้ร่มสีขาวยืนอยู่ด้านหลังบ้านก้มมองดอกไม้ในกระถางที่มีน้ำมากเกินไปเพราะฝนตก

 

แทคยอนย้ายกระถางเข้ามาในที่ร่มเพื่อให้ต้นไม้ต้นนี้มีชีวิตอยู่ได้ต่อไป

 

"ฮึกฮึก ฮือออ" น้ำเสียงปะปนมากับเสียงฝนตกทำให้ร่างสูงเอะใจ เสียงมาจากไหนกันนะแทคยอนเดินถือร่มไปหน้าบ้านยิ่งเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าลูกหมาตัวซนยังยืนที่เดิมหลังจากเมื่อครู่นั่งอยู่

 

แทคยอนก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าลูกหมาตัวซนเปียกปอนไปหมด เสื้อผ้าลู่ติดกับร่างกาย เส้นผมฟูสวยงามลู่ติดกับศีรษะเจ้าตัวก้มหน้าพร้อมสะอึกสะอื้นแข่งกับเสียงสายฝน

 

"ฮึกฮึก"

ร้องทำไม

ไมได้บอกห้ามร้องไห้นี่ ฮึก!”

"ถ้าไม่อยากจะทำก็เลิกสิ"

 

"มะ...ไม่ได้ ฮืออ" เอ้า! ไม่ไหวก็หยุดสิ จะมาร้องไห้ทำไม หนาวใช่ไหมอยากได้ความอบอุ่นใช่ไหม ทิ้งกะละมังในมือซะ มันหนักนะ น้ำฝนมันเพิ่มเข้ามายังจะดึงดันถือทำไม มันหนักไม่ใช่เหรอ วางมันสิ

 

อย่าร้องไห้แบบนี้สิ

 

ไหล่บางสั่นสะท้านเพราะความหนาวของลมฝนความเปียกชื้นที่ตกแหมะตามร่างกายยิ่งทำให้นิชคุณร้องไห้แต่มือที่ยังถือกะละมังกลับไม่ขยับ ร่างกายกลับยืนเฉยแบบเดิม แทคยอนกัดฟันกรอด

 

โครม!

 

ดวงตาลมเบิกกว้างเมื่อกะละมังที่ยืนถือมาหลายชั่วโมงถูกมือใหญ่ของคนตรงหน้าปัดมันทิ้งลงบนพื้นไม่เข้าใจว่าทำไมแทคยอนต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย

 

"ทำอะ..ไรน่ะฮึก ฮึก ใจระ..ร้าย"

 

 

หมับ!

 

 

 

คำพูดหายไปเมื่อใบหน้าซุกเข้ากับไหล่หนาแทคยอนรวบคนตัวเปียกมอมแมมเข้าแนบอก ใบหน้าหวานเกยกับหัวไหล่หนาไม่เข้าใจว่าจู่ๆทำไมถึงถูกกอด มือที่ลูบหลังไปมาเหมือนคำปลอบของแม่ทำให้น้ำตาร่วงหล่นจากนัยน์ตาเปียกชื้นเพราะเม็ดฝน

 

"ฮือฮือ หนาว หนาว"

 

แทคยอนทนมองต่อไม่ได้คนอะไรดื้อดึงจริงเชียว ดื้อจนน่าตีให้ตายความมุ่งมั่นของคนในอ้อมกอดนี่มันน่ากลัวจนเขากลัวแทน กลัวว่าคนๆนี้จะไม่สบายกลัวว่าคนๆนี้จะร้องไห้หนักกว่าเดิมท่ามกลางฝนหนาวเย็น

 

 

คำบ่นจากริมฝีปากอิ่มตรงใบหูของเขากำลังพร่ำบ่นคำเหนื่อยหนาว กลัว เหนื่อย ร้องไห้ สะอื้น

 

ฟังแล้วรู้สึกจุกชะมัด

 

 

 

"หยุดร้องซะ เข้าบ้านกัน"

 

 

~~//~~//~~ C h o t t o ~~//~~//~~

 

 

เบื้องหลังบ้านหลังนี้คือท้องฟ้าสีเทาเต็มไปด้วยก้อนเมฆและสายฝนพาให้ใจหม่อนมองยามจ้องมอง
แต่เบื้องหน้าบ้านหลังนี้กลับเป็นภาพกอดประโลมของคนสองคน

 

การกอดเขาว่ากันว่าเป็นการสื่อสารภาษากายที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆมาให้คำอธิบายให้มากความ

 

 

สิ่งเล็กๆบางอย่างไม่จำเป็นต้องอธิบายเพียงแค่ลองสัมผัสด้วยความรู้สึก ก็จะรับรู้ได้เป็นอย่างดี

 

 C h o t t o

Tbc.